Tag: แมว

เรื่องของ“เเมว” (Part 3 The End)



สวัสดีครับ ผม ภู ศุภกร นะครับ ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 แล้วนะครับที่ผมได้เขียนขึ้นมาหรือ Part 3 นั่นเองครับ สำหรับหัวข้อในวันนี้หัวข้อที่ผมจะมาพูดถึงมีทั้งหมด 2 หัวข้อนั่นเอง เป็น 2 หัวข้อสุดท้ายของเรื่องแมวที่ผมเขียนนั่นเองครับ มีหัวข้อ“การทำหมันแมวตัวเมียและตัวผู้” และ มีหัวข้อที่ “ข้าวกล้อง แมวสายพันธุ์อะไร” นะครับ

ก่อนที่จะไปเข้าเรื่องหัวข้อการทำหมัน อยากให้ทุกคนรู้ไว้ก่อนว่า การทำหมัน คืออะไร สำหรับคนแล้วการทำหมัน คือ การผ่าตัดอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนเราไม่สามารถมีลูกได้ครับ การทำหมันของน้องแมวเองก็เช่นกัน น้องแมวจะไม่สามารถมีลูกได้เมื่อทำหมันแล้วนะครับ รายละเอียดที่เหลือของการทำหมัน ให้ดูเอาในหัวข้อ การทำหมันแมวนะครับ

5.การทำหมันแมวตัวเมียและตัวผู้

การทำหมันส่วนใหญ่แล้วจะนิยมทำกันตอนอายุ 1 ขวบ ซึ่งคุณหมอแนะนำการผ่าให้ 2 วิธีคือ ผ่าตรงกลาง และ ผ่าด้านข้าง

2 วิธีนี้ต่างกันอย่างไร???  ถ้าเราให้คุณหมอผ่าด้านข้างจะหายเร็วกว่าผ่าตรงกลางครับ ซึ่งก่อนผ่าจำเป็นต้องอดอาหาร และ น้ำประมาณ 6 ชั่วโมงครับ เพราะก่อนจะผ่า คุณหมอเขาอาจจะฉีดยาสลบ และ ถ้าน้องแมวของเราหลับแล้ว มีเศษอาหารหรือน้ำไหลเข้าหลอดลมของน้องแมวก็อาจทำให้น้องแมวเสียชีวิตได้ครับ และ หลังจากผ่าเสร็จสิ้นแล้วก็ให้น้องแมวอดอาหาร

ประมาณ  12 ชั่วโมงหลังจากที่ผ่าแล้วครับ ถึงจะเป็นเวลาที่นานมาก และ น่าสงสารน้องแมว แต่ก็ต้องอดทนไม่ให้อาหารครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวน้องแมวเอง และ ห้ามให้น้องแมวเลียแผล วิ่งเล่น กระโดด หรืออะไรก็ตามที่เป็นการกระทบกระเทือนแผล ห้ามอย่างเด็ดขาดครับเพราะแผลอาจเปิดได้

6.ข้าวกล้อง แมวสายพันธุ์อะไร

ข้าวกล้องของผม เป็นแมวลายสลิด ครับ

ผมเจอข้าวกล้อง ครั้งแรกก็คือที่หลังบ้าน ตอนนั้นผมได้ยินเสียงแมงร้องที่บริเวณหลังบ้าน ตอนแรกผมคิดว่าเป็นลูกแมวจรจัดที่กำลังร้องหาพ่อแม่ของมัน ผมจึงปล่อยไป แต่มันร้องเป็นเวลานานมากและมันเริ่มร้องเบาขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงลองโผล่หน้าออกไปดู

ผมก็เจอกับลูกแมวที่ตัวเล็กและผอมมาก เหมือนกับว่าเกิดมามันไม่เคยกินอาหารและนม ของแม่มันเลย ผมจึงคิดว่าพ่อและแม่ของมันคงจะทิ้งมันซะแล้ว มันคงโชคดีมากเพราะผมคงไปเจอมันตอนที่มันพึ่งเกิดได้ไม่กี่วัน ผมจึงบอกคุณพ่อว่าเจอแมว และขอร้องให้คุณพ่อรับเลี้ยงมันภายในบ้าน ซึ่งตอนแรกคุณพ่อก็อนุญาต แต่คุณแม่ไม่อนุญาต

ผม และ คุณพ่อจึงได้แต่สร้างที่หลบฝนให้แก่มัน ซึ่งผมก็คอยให้อาหารตอนเด็กๆพวกเนื้อไก่ทอด น้ำเปล่า และ พวกนมวัว พอเวลาผ่านไปสักพักคุณพ่อจึงไปปรึกษากับคุณแม่และผลก็คือ อนุญาตให้เอามันเข้ามาเลี้ยงในบ้านได้ หลังจากวันนั้น ผม คุณพ่อและคุณแม่ก็ได้ตั้งชื่อให้กับมันว่า ข้าวกล้องและไปซื้ออาหารเม็ด และ นมแพะให้กับข้าวกล้อง ซึ่งผมก็เลี้ยงมันให้อ้วนกลม เพราะว่า โดยส่วนตัวของผมแล้ว ผมนั้นชอบแมวที่มีลักษณะอ้วนกลมมากๆ เพราเวลากอดมันน่าจะอุ่นและนุ่มมากครับ 555

สิ่งที่เราควรจะมีถ้าเราเลี้ยงน้องแมวอย่างที่ 1 คือ ที่อยู่ ครับเพราะถ้าน้องแมวของเราไม่มีที่จะอาศัยอยู่ น้องแมวจะกลายแมวจรจัดครับ และอาจจะลำบากมากด้วยถ้าน้องแมวเราหาที่อยู่อาศัยไม่ได้

สิ่งที่ควรจะมีถ้าเราเลี้ยงแมวอย่างที่ 2 คือ อาหารครับ เพราะอาหารจำเป็นต่อการดำรงชีวิตต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ สัตว์ หรือ พืช ก็ต้องการอาหารกันทั้งนั้นครับ

สิ่งที่ควรจะมีถ้าเราเลี้ยงแมวอย่างที่ 3 คือ กระบะแมวครับ เพราะเวลาที่น้องแมวปวดปัสสาวะ หรือปวดอุจจาระ น้องแมวจะได้ไม่ปล่อยเรี่ยราดตามที่ต่างๆ ถ้ามีกระบะแมวเราก็ต้องฝึกให้น้องแมวไปปล่อยปัสสาวะ หรือ อุจจาระ ในกระบะแมว เราจะได้เก็บได้สะดวก

สิ่งที่ควรจะมีถ้าเราเลี้ยงแมวอย่างที่ 4 คือ ทรายแมวครับ เพราะ ทรายแมวจะช่วยดูดกลิ่นปัสสาวะ และ อุจจาระของน้องแมวได้ครับ อย่างที่ทุกคนรู้กลิ่นของปัสสาวะและอุจจาระของน้องแมวนั้นเหม็นมากๆ เพราะอย่างนั้นทรายแมวจึงเป็นสิ่งที่คนเลี้ยงแมวควรจะมีครับ

สุดท้ายนี้…ผมขอขอบคุณที่ทุกคนๆ ที่เข้ามาอ่านเกี่ยวกับหัวข้อ “เเมว” ของผมครับ สามารถติดตาม Blog: http://myhobbystreet.com ของผมได้นะครับ  มีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่ผมคิดจะเขียนเอาไว้ ขอบคุณครับ

ติดตามผลงานของผมในหัวข้อ “เเมว” ได้ที่ เรื่องของ“เเมว”  เเละ  เรื่องของ“เเมว” (Part  2)

เรื่องของ“เเมว” (Part 2)


สวัสดีครับทุกๆคน มาเจอกับผมอีกครั้งครับ ภู ศุภกร หลังจากที่ครั้งที่แล้วที่ผมได้นำข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับน้องแมว มาให้ทุกคนได้ทราบทั้งหมด 6 หัวข้อ จากครั้งที่แล้วผมได้นำเสนอให้ทุกคนทราบไปทั้งหมด 2 หัวข้อ และในวันนี้ผมจะมานำเสนออีก 2 หัวข้อ นั่นก็คือ หัวข้อ “อายุของแมว” และ หัวข้อ “การเลี้ยงดูแมว” นั่นเองครับ  ตอนนี้น้องแมวที่ผมเลี้ยงอยู่ชื่อ ข้าวกล้อง ผมเริ่มเลี้ยงข้าวกล้องได้เป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ตอนนี้ข้าวกล้องตัวใหญ่และอ้วนกลมมาก เนื่องจากผมชอบแมวตัวอ้วนๆ กลมๆ ที่ผมนั้นชอบแมวตัวอ้วนๆ กลมๆ เพราะ เวลาอุ้มน้องแมวแล้วผมคิดว่าน่ามันจะนุ่มและอุ่นมาก เอาละนอกเรื่องมามากพอแล้วไปพบกับหัวข้อที่ 3-4 กันเลยครับ “อายุของแมว” เเละ “การเลี้ยงดูเเมว”



3.อายุของแมว

จริงๆแล้วอายุของน้องแมว น้องหมา และสัตว์อื่นๆอีกมากมาย เมื่อเปรียบเทียบกับคนเราแล้ว จะไม่เท่ากันนะครับ แมวที่อายุประมาณ 4 – 6 เดือน คือ เมื่อเปรียบเทียบมนุษย์อย่างเราแล้วถือเป็นช่วงวัยรุ่นของแมวเลยทีเดียวครับ โดยเฉลี่ยแล้วอายุของแมวก็จะประมาณ 10 – 15 ปี แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงของพวกเราด้วยครับ ถ้าเราให้น้องแมวกินอาหารที่ไม่ดี น้องแมวของเราก็อาจจะอยู่กับเราได้ไม่นาน แต่ถ้าเราให้กินอาหารที่ดี น้องแมวก็อาจจะอยู่กับเราได้นานมากขึ้นครับ


ในความคิดของผม “อาหารที่ดี” ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง “เสมอไป” ในความคิดของผมแล้ว “อาหารที่ดี” คืออาหารที่น้องแมวกินแล้วดีต่อร่างกายของน้องแมวเอง เช่น พวกสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของน้องแมว เมื่อน้องแมวกินเข้าไป  และคำว่าไม่จำเป็นต้องแพง“เสมอไป” คำว่า เสมอไป ของผมนั้นในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่า อาหารของน้องแมวจำเป็นต้องอาหารที่ราคาแพงหรือราคาถูกเท่านั้น อาหารของน้องแมวนั้นอย่างที่ผมบอกไป ควรเป็นอาหารที่ดีต่อน้องแมว ถ้าเราจะซื้ออาหารของน้องแมว ถ้าเป็นผม ผมจะเลือกซื้ออาหารที่ไม่แพงและไม่ถูกมากจนเกินไป

ถ้าราคามันแพงเราก็ไม่ควรฝืนกำลังตัวเองมากจนเกินไป ให้เราเลือกซื้อตามกำลังของตนเองเท่าที่ตนเองมี ไม่ควรฝืน และไม่ควรซื้อมาเป็นจำนวนมากๆในครั้งเดียว เพราะเราเองก็ต้องดูด้วยว่าน้องแมวนั้นชอบอาหารประเภทไหน ถ้าน้องแมวไม่ชอบอาหารที่เราซื้อมา น้องแมวก็จะไม่ค่อยกินอาหารที่เราซื้อมาและอาจจะทำให้เหลือทิ้งได้ครับ

โดยเฉลี่ยแล้วอายุของน้องแมวของเราจะประมาณ 10-15 ปี ถ้าใครเลี้ยงมาได้ถึงประมาณนี้แสดงว่าคุณเลี้ยงแมวได้ดีแล้ว เพราะ 4-6 เดือน คือ ช่วงวัยรุ่นของน้องแมว และถ้า 10-15 นี่คือเป็นช่วงที่น้องแมวแก่แล้ว ซึ่งการที่น้องแมวแก่นั้น เป็นเรื่องธรรมชาติ และสิ่งมาพร้อมความแก่ของน้องแมวคือ การเจ็บป่วยนั่นเอง ความแก่นั้นหมายความน้องแมวของเรานั้นไม่ได้แข็งแรงเหมือนกับแต่ก่อนแล้วนั่นเอง ซึ่งอาจจะต้องพาไปหา สัตวแพทย์บ่อยๆ และอาจมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นในเรื่องสุขภาพของน้องแมวด้วยครับ


4.การเลี้ยงดูแมว  (ในมุมมองของผมครับ)

เกี่ยวกับในหัวข้อนี้ ผมจะขอพูดเกี่ยวกับระบบปิด และ ระบบเปิด นะครับ ซึ่งผมได้พูดอธิบายไปตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว เรื่องของ“เเมว” ว่าระบบปิดและระบบเปิดเนี่ย คือระบบที่เรามีไว้เพื่อใช้ในการเลี้ยงน้องแมวของเราครับ ระบบปิดคือการที่เราควบควมดูเเลไม่ให้น้องแมวออกไปไหนตามลำพัง แต่ผมไม่ได้หมายถึงการกักขังน้องแมวไว้ตามกรง ให้อยู่ภายในห้อง หรืออะไรก็ตามที่เป็นการขังน้องเเมวเอาไว้

ผมไม่ได้หมายถึงว่าห้ามไม่ให้เขาออกไปจากบ้าน ก็คือเลี้ยงเขาไว้ภายในบ้าน ให้เขากิน นอน เล่น อยู่ภายในบ้าน ระบบปิดไม่ได้หมายความว่าต้องห้ามเขาออกจากบ้านเลยเด็ดขาด สามารถพาออกไปเดินเล่นได้ครับ เพราะถ้าเลี้ยงแบบระบบปิดแล้วไม่พาเขาออกไปข้างนอกบ้าง เขาจะเริ่มเครียดแล้วเขาจะพยายาม หรือ หาวิธีแอบหนีเราออกไปข้างนอกครับ (เหมือนเเมวของผม)

ส่วนระบบเปิด ระบบเปิดเนี่ยจะให้อิสระกับน้องแมวหน่อยคือให้เขาออกไปข้างเดินเล่นนอก ปล่อยให้เขาใช้เวลากับโลกภายนอกบ้าง ไม่ได้ไปบีบบังคับเขาว่าเวลากลางคืน ต้องเข้าบ้าน ต้องเข้ากรง สำหรับน้องแมว “บางตัว” เวลาที่เราเลี้ยงแบบระบบเปิด พอถึงเวลาที่เขาเบื่อหรือเริ่มมืดแล้ว เขาจะกลับเข้ามาภายในบ้านด้วยความสมัครใจของตัวเขาเอง แต่บางตัวก็จะแบบไปแล้วไม่กลับ แบบหายไปเลย ซึ่งผมเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันระหว่าง 2 ระบบนี้ระบบไหนดีกว่ากัน แล้วแต่ผู้ที่เลี้ยงเลยนะครับ เพราะต้องดูสถานที่ที่เลี้ยงน้องแมวด้วยว่าเหมาะสมกับระบบไหนมากกว่ากัน แต่สำหรับผม ผมใช้ระบบปิด เพราะ บ้านผมเหมาะกับระบบปิดมากกว่าเเละอีกอย่าง ผมก็กลัวน้องแมวจะหายไป และ กลัวว่าน้องแมวจะไปตั้งท้องกับแมวจรจัดกลับมาอีกด้วย

ขอบคุณภาพสวยๆจากวิกิพีเดียด้วยนะครับ
https://th.wikipedia.org/wiki/เเมว  เเละ  https://en.wikipedia.org/wiki/Kitten

ยังมีต่อนะครับเดี๋ยวรอหัวข้อต่อไปจะมาเขียนเพิ่มเร็วๆนี้ อย่าลืมติดตามนะครับ