Author: admin

เรื่องของ“เเมว” (Part 3 The End)



สวัสดีครับ ผม ภู ศุภกร นะครับ ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 แล้วนะครับที่ผมได้เขียนขึ้นมาหรือ Part 3 นั่นเองครับ สำหรับหัวข้อในวันนี้หัวข้อที่ผมจะมาพูดถึงมีทั้งหมด 2 หัวข้อนั่นเอง เป็น 2 หัวข้อสุดท้ายของเรื่องแมวที่ผมเขียนนั่นเองครับ มีหัวข้อ“การทำหมันแมวตัวเมียและตัวผู้” และ มีหัวข้อที่ “ข้าวกล้อง แมวสายพันธุ์อะไร” นะครับ

ก่อนที่จะไปเข้าเรื่องหัวข้อการทำหมัน อยากให้ทุกคนรู้ไว้ก่อนว่า การทำหมัน คืออะไร สำหรับคนแล้วการทำหมัน คือ การผ่าตัดอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนเราไม่สามารถมีลูกได้ครับ การทำหมันของน้องแมวเองก็เช่นกัน น้องแมวจะไม่สามารถมีลูกได้เมื่อทำหมันแล้วนะครับ รายละเอียดที่เหลือของการทำหมัน ให้ดูเอาในหัวข้อ การทำหมันแมวนะครับ

5.การทำหมันแมวตัวเมียและตัวผู้

การทำหมันส่วนใหญ่แล้วจะนิยมทำกันตอนอายุ 1 ขวบ ซึ่งคุณหมอแนะนำการผ่าให้ 2 วิธีคือ ผ่าตรงกลาง และ ผ่าด้านข้าง

2 วิธีนี้ต่างกันอย่างไร???  ถ้าเราให้คุณหมอผ่าด้านข้างจะหายเร็วกว่าผ่าตรงกลางครับ ซึ่งก่อนผ่าจำเป็นต้องอดอาหาร และ น้ำประมาณ 6 ชั่วโมงครับ เพราะก่อนจะผ่า คุณหมอเขาอาจจะฉีดยาสลบ และ ถ้าน้องแมวของเราหลับแล้ว มีเศษอาหารหรือน้ำไหลเข้าหลอดลมของน้องแมวก็อาจทำให้น้องแมวเสียชีวิตได้ครับ และ หลังจากผ่าเสร็จสิ้นแล้วก็ให้น้องแมวอดอาหาร

ประมาณ  12 ชั่วโมงหลังจากที่ผ่าแล้วครับ ถึงจะเป็นเวลาที่นานมาก และ น่าสงสารน้องแมว แต่ก็ต้องอดทนไม่ให้อาหารครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวน้องแมวเอง และ ห้ามให้น้องแมวเลียแผล วิ่งเล่น กระโดด หรืออะไรก็ตามที่เป็นการกระทบกระเทือนแผล ห้ามอย่างเด็ดขาดครับเพราะแผลอาจเปิดได้

6.ข้าวกล้อง แมวสายพันธุ์อะไร

ข้าวกล้องของผม เป็นแมวลายสลิด ครับ

ผมเจอข้าวกล้อง ครั้งแรกก็คือที่หลังบ้าน ตอนนั้นผมได้ยินเสียงแมงร้องที่บริเวณหลังบ้าน ตอนแรกผมคิดว่าเป็นลูกแมวจรจัดที่กำลังร้องหาพ่อแม่ของมัน ผมจึงปล่อยไป แต่มันร้องเป็นเวลานานมากและมันเริ่มร้องเบาขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงลองโผล่หน้าออกไปดู

ผมก็เจอกับลูกแมวที่ตัวเล็กและผอมมาก เหมือนกับว่าเกิดมามันไม่เคยกินอาหารและนม ของแม่มันเลย ผมจึงคิดว่าพ่อและแม่ของมันคงจะทิ้งมันซะแล้ว มันคงโชคดีมากเพราะผมคงไปเจอมันตอนที่มันพึ่งเกิดได้ไม่กี่วัน ผมจึงบอกคุณพ่อว่าเจอแมว และขอร้องให้คุณพ่อรับเลี้ยงมันภายในบ้าน ซึ่งตอนแรกคุณพ่อก็อนุญาต แต่คุณแม่ไม่อนุญาต

ผม และ คุณพ่อจึงได้แต่สร้างที่หลบฝนให้แก่มัน ซึ่งผมก็คอยให้อาหารตอนเด็กๆพวกเนื้อไก่ทอด น้ำเปล่า และ พวกนมวัว พอเวลาผ่านไปสักพักคุณพ่อจึงไปปรึกษากับคุณแม่และผลก็คือ อนุญาตให้เอามันเข้ามาเลี้ยงในบ้านได้ หลังจากวันนั้น ผม คุณพ่อและคุณแม่ก็ได้ตั้งชื่อให้กับมันว่า ข้าวกล้องและไปซื้ออาหารเม็ด และ นมแพะให้กับข้าวกล้อง ซึ่งผมก็เลี้ยงมันให้อ้วนกลม เพราะว่า โดยส่วนตัวของผมแล้ว ผมนั้นชอบแมวที่มีลักษณะอ้วนกลมมากๆ เพราเวลากอดมันน่าจะอุ่นและนุ่มมากครับ 555

สิ่งที่เราควรจะมีถ้าเราเลี้ยงน้องแมวอย่างที่ 1 คือ ที่อยู่ ครับเพราะถ้าน้องแมวของเราไม่มีที่จะอาศัยอยู่ น้องแมวจะกลายแมวจรจัดครับ และอาจจะลำบากมากด้วยถ้าน้องแมวเราหาที่อยู่อาศัยไม่ได้

สิ่งที่ควรจะมีถ้าเราเลี้ยงแมวอย่างที่ 2 คือ อาหารครับ เพราะอาหารจำเป็นต่อการดำรงชีวิตต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ สัตว์ หรือ พืช ก็ต้องการอาหารกันทั้งนั้นครับ

สิ่งที่ควรจะมีถ้าเราเลี้ยงแมวอย่างที่ 3 คือ กระบะแมวครับ เพราะเวลาที่น้องแมวปวดปัสสาวะ หรือปวดอุจจาระ น้องแมวจะได้ไม่ปล่อยเรี่ยราดตามที่ต่างๆ ถ้ามีกระบะแมวเราก็ต้องฝึกให้น้องแมวไปปล่อยปัสสาวะ หรือ อุจจาระ ในกระบะแมว เราจะได้เก็บได้สะดวก

สิ่งที่ควรจะมีถ้าเราเลี้ยงแมวอย่างที่ 4 คือ ทรายแมวครับ เพราะ ทรายแมวจะช่วยดูดกลิ่นปัสสาวะ และ อุจจาระของน้องแมวได้ครับ อย่างที่ทุกคนรู้กลิ่นของปัสสาวะและอุจจาระของน้องแมวนั้นเหม็นมากๆ เพราะอย่างนั้นทรายแมวจึงเป็นสิ่งที่คนเลี้ยงแมวควรจะมีครับ

สุดท้ายนี้…ผมขอขอบคุณที่ทุกคนๆ ที่เข้ามาอ่านเกี่ยวกับหัวข้อ “เเมว” ของผมครับ สามารถติดตาม Blog: http://myhobbystreet.com ของผมได้นะครับ  มีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่ผมคิดจะเขียนเอาไว้ ขอบคุณครับ

ติดตามผลงานของผมในหัวข้อ “เเมว” ได้ที่ เรื่องของ“เเมว”  เเละ  เรื่องของ“เเมว” (Part  2)

เรื่องของ“เเมว” (Part 2)


สวัสดีครับทุกๆคน มาเจอกับผมอีกครั้งครับ ภู ศุภกร หลังจากที่ครั้งที่แล้วที่ผมได้นำข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับน้องแมว มาให้ทุกคนได้ทราบทั้งหมด 6 หัวข้อ จากครั้งที่แล้วผมได้นำเสนอให้ทุกคนทราบไปทั้งหมด 2 หัวข้อ และในวันนี้ผมจะมานำเสนออีก 2 หัวข้อ นั่นก็คือ หัวข้อ “อายุของแมว” และ หัวข้อ “การเลี้ยงดูแมว” นั่นเองครับ  ตอนนี้น้องแมวที่ผมเลี้ยงอยู่ชื่อ ข้าวกล้อง ผมเริ่มเลี้ยงข้าวกล้องได้เป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ตอนนี้ข้าวกล้องตัวใหญ่และอ้วนกลมมาก เนื่องจากผมชอบแมวตัวอ้วนๆ กลมๆ ที่ผมนั้นชอบแมวตัวอ้วนๆ กลมๆ เพราะ เวลาอุ้มน้องแมวแล้วผมคิดว่าน่ามันจะนุ่มและอุ่นมาก เอาละนอกเรื่องมามากพอแล้วไปพบกับหัวข้อที่ 3-4 กันเลยครับ “อายุของแมว” เเละ “การเลี้ยงดูเเมว”



3.อายุของแมว

จริงๆแล้วอายุของน้องแมว น้องหมา และสัตว์อื่นๆอีกมากมาย เมื่อเปรียบเทียบกับคนเราแล้ว จะไม่เท่ากันนะครับ แมวที่อายุประมาณ 4 – 6 เดือน คือ เมื่อเปรียบเทียบมนุษย์อย่างเราแล้วถือเป็นช่วงวัยรุ่นของแมวเลยทีเดียวครับ โดยเฉลี่ยแล้วอายุของแมวก็จะประมาณ 10 – 15 ปี แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงของพวกเราด้วยครับ ถ้าเราให้น้องแมวกินอาหารที่ไม่ดี น้องแมวของเราก็อาจจะอยู่กับเราได้ไม่นาน แต่ถ้าเราให้กินอาหารที่ดี น้องแมวก็อาจจะอยู่กับเราได้นานมากขึ้นครับ


ในความคิดของผม “อาหารที่ดี” ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง “เสมอไป” ในความคิดของผมแล้ว “อาหารที่ดี” คืออาหารที่น้องแมวกินแล้วดีต่อร่างกายของน้องแมวเอง เช่น พวกสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของน้องแมว เมื่อน้องแมวกินเข้าไป  และคำว่าไม่จำเป็นต้องแพง“เสมอไป” คำว่า เสมอไป ของผมนั้นในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่า อาหารของน้องแมวจำเป็นต้องอาหารที่ราคาแพงหรือราคาถูกเท่านั้น อาหารของน้องแมวนั้นอย่างที่ผมบอกไป ควรเป็นอาหารที่ดีต่อน้องแมว ถ้าเราจะซื้ออาหารของน้องแมว ถ้าเป็นผม ผมจะเลือกซื้ออาหารที่ไม่แพงและไม่ถูกมากจนเกินไป

ถ้าราคามันแพงเราก็ไม่ควรฝืนกำลังตัวเองมากจนเกินไป ให้เราเลือกซื้อตามกำลังของตนเองเท่าที่ตนเองมี ไม่ควรฝืน และไม่ควรซื้อมาเป็นจำนวนมากๆในครั้งเดียว เพราะเราเองก็ต้องดูด้วยว่าน้องแมวนั้นชอบอาหารประเภทไหน ถ้าน้องแมวไม่ชอบอาหารที่เราซื้อมา น้องแมวก็จะไม่ค่อยกินอาหารที่เราซื้อมาและอาจจะทำให้เหลือทิ้งได้ครับ

โดยเฉลี่ยแล้วอายุของน้องแมวของเราจะประมาณ 10-15 ปี ถ้าใครเลี้ยงมาได้ถึงประมาณนี้แสดงว่าคุณเลี้ยงแมวได้ดีแล้ว เพราะ 4-6 เดือน คือ ช่วงวัยรุ่นของน้องแมว และถ้า 10-15 นี่คือเป็นช่วงที่น้องแมวแก่แล้ว ซึ่งการที่น้องแมวแก่นั้น เป็นเรื่องธรรมชาติ และสิ่งมาพร้อมความแก่ของน้องแมวคือ การเจ็บป่วยนั่นเอง ความแก่นั้นหมายความน้องแมวของเรานั้นไม่ได้แข็งแรงเหมือนกับแต่ก่อนแล้วนั่นเอง ซึ่งอาจจะต้องพาไปหา สัตวแพทย์บ่อยๆ และอาจมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นในเรื่องสุขภาพของน้องแมวด้วยครับ


4.การเลี้ยงดูแมว  (ในมุมมองของผมครับ)

เกี่ยวกับในหัวข้อนี้ ผมจะขอพูดเกี่ยวกับระบบปิด และ ระบบเปิด นะครับ ซึ่งผมได้พูดอธิบายไปตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว เรื่องของ“เเมว” ว่าระบบปิดและระบบเปิดเนี่ย คือระบบที่เรามีไว้เพื่อใช้ในการเลี้ยงน้องแมวของเราครับ ระบบปิดคือการที่เราควบควมดูเเลไม่ให้น้องแมวออกไปไหนตามลำพัง แต่ผมไม่ได้หมายถึงการกักขังน้องแมวไว้ตามกรง ให้อยู่ภายในห้อง หรืออะไรก็ตามที่เป็นการขังน้องเเมวเอาไว้

ผมไม่ได้หมายถึงว่าห้ามไม่ให้เขาออกไปจากบ้าน ก็คือเลี้ยงเขาไว้ภายในบ้าน ให้เขากิน นอน เล่น อยู่ภายในบ้าน ระบบปิดไม่ได้หมายความว่าต้องห้ามเขาออกจากบ้านเลยเด็ดขาด สามารถพาออกไปเดินเล่นได้ครับ เพราะถ้าเลี้ยงแบบระบบปิดแล้วไม่พาเขาออกไปข้างนอกบ้าง เขาจะเริ่มเครียดแล้วเขาจะพยายาม หรือ หาวิธีแอบหนีเราออกไปข้างนอกครับ (เหมือนเเมวของผม)

ส่วนระบบเปิด ระบบเปิดเนี่ยจะให้อิสระกับน้องแมวหน่อยคือให้เขาออกไปข้างเดินเล่นนอก ปล่อยให้เขาใช้เวลากับโลกภายนอกบ้าง ไม่ได้ไปบีบบังคับเขาว่าเวลากลางคืน ต้องเข้าบ้าน ต้องเข้ากรง สำหรับน้องแมว “บางตัว” เวลาที่เราเลี้ยงแบบระบบเปิด พอถึงเวลาที่เขาเบื่อหรือเริ่มมืดแล้ว เขาจะกลับเข้ามาภายในบ้านด้วยความสมัครใจของตัวเขาเอง แต่บางตัวก็จะแบบไปแล้วไม่กลับ แบบหายไปเลย ซึ่งผมเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันระหว่าง 2 ระบบนี้ระบบไหนดีกว่ากัน แล้วแต่ผู้ที่เลี้ยงเลยนะครับ เพราะต้องดูสถานที่ที่เลี้ยงน้องแมวด้วยว่าเหมาะสมกับระบบไหนมากกว่ากัน แต่สำหรับผม ผมใช้ระบบปิด เพราะ บ้านผมเหมาะกับระบบปิดมากกว่าเเละอีกอย่าง ผมก็กลัวน้องแมวจะหายไป และ กลัวว่าน้องแมวจะไปตั้งท้องกับแมวจรจัดกลับมาอีกด้วย

ขอบคุณภาพสวยๆจากวิกิพีเดียด้วยนะครับ
https://th.wikipedia.org/wiki/เเมว  เเละ  https://en.wikipedia.org/wiki/Kitten

ยังมีต่อนะครับเดี๋ยวรอหัวข้อต่อไปจะมาเขียนเพิ่มเร็วๆนี้ อย่าลืมติดตามนะครับ

เรื่องของ“เเมว”

สวัสดีครับผม ภู ศุภกร หลังจากที่ผมได้ห่างหายไปเป็นเวลานาน วันนี้ผมได้มีเวลากลับมาเขียนอีกครั้ง เพราะว่าตอนนี้ผมปิดเทอมแล้ว ซึ่งในวันนี้ผมจะมา Update blog ของผมอีกครั้งหนึ่ง ในหัวข้อที่เกี่ยวกับ “แมว” ครับ เพราะว่าตอนนี้ที่บ้านของผมเลี้ยงแมวอยู่ตัวหนึ่งด้วยความบังเอิญและสงสารบวกกับ ความรู้เรื่องแมวที่ผมไม่ค่อยจะมีสักเท่าไร จึงทำให้ผมได้คิดที่จะหาความรู้เกี่ยวกับ “แมว” ใครที่ยังไม่ทราบหรือทราบแล้วอยากทราบเพิ่มเติมมากขึ้นก็จะได้ทราบกันอย่างทั่วถึง ไม่เน้นวิชาการนะครับ

หัวข้อโดยรวมที่ผมค้นหามาได้เกี่ยวกับ “แมว” จะมีอยู่ทั้งหมด 6 หัวข้อนะครับมีดังนี้ครับ

1.แมวมีทั้งหมดกี่สายพันธุ์

2.ชื่อของแมวแต่ละสายพันธุ์

3.อายุของแมว

4.การเลี้ยงดูแมว

5.การทำหมันของแมวตัวเมียและตัวผู้

6.ข้าวกล้องสายพันธุ์อะไร

ขออธิบายก่อนนะครับ ทุกคนเองก็คงจะงงกับหัวข้อของ ข้อที่ 6 ว่าข้าวกล้องเป็นใครนะครับ
ข้าวกล้องเป็นแมวที่ผมเลี้ยงไว้เอง เป็นแมวเพศเมีย ซึ่งผมเลี้ยงแบบระบบปิดครับ บางคนเองก็คงจะอยากรู้ สงสัย หรือบางคนก็รู้แล้วนะครับเกี่ยวกับระบบปิด และ ระบบเปิด ที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ ในส่วนนี้ผมจะขอไปอธิบายในหัวข้อที่ 4 การเลี้ยงดูแมวนะครับ ตอนนี้ผมขออธิบายคร่าวๆก่อน

ระบบปิด และ ระบบเปิด คือระบบที่ใช้ในการเลี้ยงดูแมวของเรานะครับ ระบบปิดหมายถึงเลี้ยงภายในบ้านไม่ให้ออกไปข้างนอก ส่วนระบบเปิดก็จะตรงข้ามกับระบบปิดคือเลี้ยงแบบปล่อยแมวของเราออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าน แต่สำหรับผมแล้วผมเลี้ยงเป็นแบบระบบปิด คือส่วนใหญ่ให้อยู่ในบ้าน ให้ออกไปเล่นข้างนอกบ้างแต่ต้องมีคนเฝ้าไม่ให้วิ่งไปไหนไกล เดี๋ยวจะตามกลับมาไม่ได้ และ คุณพ่อ กับ คุณแม่ ก็บอกผมว่าจะให้ข้าวกล้องทำหมันซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะถ้าข้าวกล้องมีลูกจะทำให้ต้องรับภาระเลี้ยงดูมากขึ้นและเปลืองค่าใช้จ่ายมากขึ้นตั้งแต่เริ่มข้าวกล้องมา ผมจำเป็นต้องพาข้าวกล้องไปที่โรงพยาบาลสัตว์บ่อยจึงรู้ว่า ตามที่กำหนดแล้วถ้าจะทำหมันสัตวแพทย์ที่ผมเอาแมวไปฉีดยาแนะนำว่าต้องเลี้ยงดูอย่างน้อยให้ครบ 6 เดือนครับ ถึงจะทำหมันได้ รายละเอียดการทำหมันก็ขอบอกไว้แค่นี้ก่อน เดี๋ยวที่เหลือไปดูเอาในหัวข้อการทำหมันนะครับ

 

กลับมาดูหัวข้อที่ 1 กันครับ

1.แมวมีกี่สายพันธุ์ ?
เท่าที่ผมลองค้นหาข้อมูลของแมวในอินเตอร์เน็ตดู แมวสายพันธุ์ที่ทุกคนอาจจะรู้จักน่าจะมีโดยรวมน่าจะประมาณ 65 สายพันธุ์ได้นะครับ อ้างอิงจากเว็บนี้ครับ ลองเข้าไปดูได้ครับ https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อสายพันธุ์แมว

2.ชื่อของแมวแต่ละสายพันธุ์
อ้างอิงจาก https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อสายพันธุ์แมว

 




แมวขนยาวแท้และกึ่งขนยาว

1.อเมริกันบ็อบเทล (American Bobtail)

2.เอเซียนกึ่งขนยาว (Asian Semi-longhair or Tiffanie)

3.บาลินีส (Balinese)

4.เบอร์แมน (Birman)

5.บริติชขนยาว (British Longhair)

6.ชานทิลลี (Chantilly or Tiffany)

7.หิมาลายัน (Himalayan)

8.จาวานีส (Javanese)

9.เมนคูน (Maine Coon)

10.เนบีลัง (Nebelung)

11.นอร์เวเจียนฟอเรสต์ (Norwegian Forest)

12.โอเรียนทัลขนยาว (Oriental Longhair)

13.เปอร์เซีย (Persian)

14.แร็กดอลล์ และ รากามัฟฟิน (Ragdoll and Ragamuffin)

15.ไซบีเรียน (Siberian)

16.เทอร์คิชแวน (Turkish Van)

17.เทอร์คิชแองโกรา (Turkish Angora)

18.ยอร์กช็อกโกแลต (York Chocolate)



แมวขนสั้นแท้

19.อะบิสซิเนียน (Abyssinian)

20.อเมริกันขนสั้น (American Shorthair)

21.ออสเตรเลียนมิสต์ (Australian Mist or Spotted Mist)

22.บอมเบย์ (Bombay)

23.บริติชขนสั้น (British Shorthair)

24.เบอร์มีส (Burmese)

25.เบอร์มิลลา (Burmilla)

26.แคลิฟอร์เนียสแปงเกิลด์ (California Spangled)

27.ชาร์ตรู (Chartreux)

28.คัลเลอร์พอยต์ขนสั้น (Colorpoint Shorthair)

29.อียีปเทียนมัว (Egyptian Mau)

30.ยูโรเปียนขนสั้น (European Shorthair)

31.เอกโซติก (Exotic)

32.ฮาวานาบราวน์ (Havana Brown)

33.โคราช (Korat)

34.อ็อกซิแคต (Ocicat)

35.โอเรียนทัลขนสั้น (Oriental Shorthair)

36.รัสเซียนบลู (Russian Blue)

37.สยามีส หรือ วิเชียรมาศ (Traditional Siamese or Applehead Siamese)

38.สิงหปุระ (Singapura)

39.สโนว์ชู (Snowshoe)

40.โซโกเก (Sokoke)

41.โซมาลี (Somali)

42.ตองกินีส (Tonkinese)



แมวที่เกิดจากการดัดแปลงพันธุกรรม

43.อเมริกันบ็อบเทล (American Bobtail)

44.อเมริกันเคิร์ล (American Curl)

45.อเมริกันไวร์แฮร์ (American Wirehair)

46.คอร์นิชเรกซ์ (Cornish Rex)

47.ซิมริก (Cymric)

48.ดีวอนเรกซ์ (Devon Rex)

49.เยอรมันเรกซ์ (German Rex)

50.แจแพนีสบ็อบเทล (Japanese Bobtail)

51.ลาเปิร์ม (LaPerm)

52.แมงซ์ (Manx)

53.มึนชกิน (Munchkin)

54.โอโจสแอซูเลส (Ojos Azules)

55.เพเทอร์บัลด์ (Peterbald)

56.พิกซีบ็อบ (Pixie-bob)

57.เซลเกิร์กเรกซ์ (Selkirk Rex)

58.สกอตติชโฟลด์ (Scottish Fold)

59.สฟิงซ์ (Sphynx)


แมวที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์

60.เบงกอล (Bengal)

61.ชอซี (Chausie)

62.ชีโต (Cheetoh)

63.ซาวันนา (Savannah)

64.เซเรนเจตี (Serengeti)

65.ทอยเกอร์ (Toyger)

ยังมีต่อนะครับเดี๋ยวรอหัวข้อต่อไปจะมาเขียนเพิ่มเร็วๆนี้ อย่าลืมติดตามนะครับ

เรียนรู้การวาดภาพกราฟิกแบบเวกเตอร์ (Vector) ด้วยโปรแกรม Illustrator

สวัสดีครับ ผม ภู ศุภกร ครับ ปิดเทอม ม.1 จะขึ้น ม.2 คราวนี้ ผมไม่ได้ว่างทุกวันนะครับ มีกิจกรรมและสิ่งใหม่ๆ ให้ผมต้องเรียนรู้ทุกวันครับ วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่อง แบบสรุปเรื่องที่ผมได้ผมลองเรียนรู้ การสร้างงาน กราฟิกแบบเวกเตอร์ จากโปรแกรม Illustrator ของช่อง Ratchapon Yanyongdecha หรือ ขุนพลกราฟิกนั่นเองครับ ตามลิงค์นี้นะครับ https://www.youtube.com/watch?v=wpxIW0HjdDY ส่วนภาพ กราฟิกแบบเวกเตอร์ มันคืออะไร มีประโยชน์ยังไง ลองหาอ่านใน Google ดูได้ครับ
หรือจะลองดูรูปได้ที่ ลิงค์นี้ดูครับ ภาพบางส่วนจาก Illustrator

วันนี้ผมจะมาพูดถึงวิธีการสร้างรัศมีเรืองแสง ตามที่คุณขุนพล ได้สอนไว้ในช่อง Youtube ตามความเข้าใจของผมนะครับ โดยใช้โปรแกรม Illustrator ซึ่งเป็นโปรแกรมทำภาพกราฟิกโปรแกรมหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมมาก ซึ่งผมก็พึ่งจะได้เรียนรู้ หัดใช้โปรแกรมในช่วงปิดเทอม จะขึ้น ม.2 นี่แหละครับ เพราะช่วงเรียน ม.1 ที่ สกธ. เรียนหนักมาก มันแทบจะไม่มีเวลาว่างเลยครับ

เข้าเรื่องเรื่องเลยนะครับ ก่อนที่เราจะทำการสร้างอะไรได้นั้นเราต้องทำการสร้างหน้ากระดาษ ในโปรแกรม Illustrator ขึ้นมากก่อนนะครับ อย่างแรกให้กดไปที่ File ที่ด้านซ้ายบนแล้วกดคำว่า New นะครับ ให้ตั้งค่าตามนี้เลยนะครับ ถ้าตั้งเสร็จแล้วให้กด OK แล้วจะได้กระดาษมา

พอได้กระดาษแล้วให้เรา กดตรงเครื่องมือสี่เหลี่ยมแล้วลากจากมุมซ้ายบนให้ถึงมุมขวาล่างโดยที่ ตั้งค่าเป็นสีครึ่งขาวครึ่งดำ

และให้ตั้งค่ากรอบสี่เหลี่ยมเป็นไม่มีสี

เสร็จแล้วให้เปลี่ยนจากสีครึ่งขาวครึ่งดำให้เป็นครึ่งแดงครึ่งดำแทน พอเปลี่ยนสีแล้วให้เปลี่ยนจากโหมด Linear เป็น Radial ตรงปุ่มด้านขวา


ทีนี้เราก็จะได้ Background แล้วนะครับ ต่อไปเราจะสร้างตัวแสง ให้กดตรงเครื่องมือวงกลม (Ellipse Tool) หรือ กดตัว L และให้เราสร้างวงกลมเล็กๆขึ้นมา 1 วง โดยที่ให้เลือกสีวงกลมเป็นสีขาว ต่อมาให้คลิ๊กตรง Transparency แล้วให้เลือกเปลี่ยนจาก Normal เป็น Overlay แทนนะครับ


เสร็จแล้วให้คลิ๊กที่วงกลมแล้วปรับเป็นสีขาวทั้ง 2 ข้าง และลด Opacity ให้เหลือ 0%


เสร็จแล้วให้ปรับมาเป็น Screen แทน Overlay พอได้แล้วก็ให้ Copy จุดแสง กระจายไปไว้ในที่ต่างๆ และให้สร้างวงกลมสีขาวขนาดใหญ่ไว้ตรงกลาง Background โดยให้ครอบคลุม จุดแสงต่างที่กระจายไว้ พอสร้างวงกลมเสร็จแล้วให้เลือกไว้แล้วเปลี่ยนเป็น Overlay


พอเปลี่ยนเป็น Overlay เสร็จแล้วให้กดลูกศร สลับสี ให้เส้นกรอบสีขาว


เสร็จแล้วให้ปรับขนาดเส้นให้เป็น 20


เสร็จแล้วให้เลือกวงกลมไว้แล้วกด Object> Pate > Outline Storke ต่อมาให้กด Object > Pate > Offset Path
มันก็จะมีแบบนี้ขึ้นมา ให้ปรับตามผมได้เลยนะครับ


แค่นี้คุณก็จะได้วงแหวน 2 วงซ้อนกันแล้วครับ เสร็จแล้วให้คุณลากจุดแสงของคุณเข้าไปไว้ในวงกลมวงใน และให้จัด Layer ของคุณตามผมได้เลยครับ


พอคุณจัด Layer เสร็จแล้วคุณก็ทำเสร็จแล้วครับคุณก็จะได้ผลตามนี้ครับ


ผมอาจจะอธิบายได้ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ลองดูที่เขาสอนใน Youtube ดูอีกทีก็ได้นะครับ มันฝึกสมาธิดี ได้เรียนรู้โปรแกรมวาดภาพไปด้วย

ขอขอบคุณความรู้ดีๆจากช่อง Ratchapon Yanyongdecha ครับ

อย่าลืมติดตามเรื่องต่อไปของผมนะครับ

สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 46

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าย้อนหลังของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16 หรือก็คืองาน Bangkok International Book Fair 2018 นั่นเอง ระยะเวลาของงานนี้คือระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ส่วนใหญ่ทุกคนจะคิดว่านี่เป็นแค่งานหนังสือทั่วไปแต่จริงๆแล้ว งานนี้มี Event มากมายตัวอย่างเช่น การแสดง ,คอนเสิร์ต , ละครเวที และอีกมากมาย แต่ว่าผมไม่ได้ไปร่วมงานคอนเสิร์ตเพราะผมตั้งใจจะไปซื้อหนังสือมากกว่า ไม่เพียงแต่จะมี Event มากมาย แต่ยังจะมีบูธหนังสือมากมายให้เราได้เลือกอ่านภายในงาน

เขาบอกว่ามีรวมทั้งสิ้นราวๆ 945 กว่าบูธครับ และไฮไลท์เด่นของงานนี้คือนิทรรศการหลักอย่าง “อ่าน…อีกครั้ง” ที่นำเสนอให้เห็นถึงความสำคัญของหนังสือเล่มต่างๆทั่วโลก ถ้าคุณคิดว่าครั้งต่อไปสนใจที่จะมางานนี้ผมขอแนะนำให้คุณมาถึงที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต ก่อนเวลา 10.00 นาฬิกาสักนิดหน่อย เพราะ ที่จอดรถยนต์ของที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต จะเปิดประมาณเวลา 10.00 นาฬิกา ถ้าเราไปถึงสายเราอาจจะไม่มีที่จอดรถเพราะตอนที่ผมไปถึงที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตเขาเปิดให้เข้าที่จอดรถพอดี จึงได้ที่จอดใกล้ๆกับทางเข้า

พอสักพักไม่ถึง 5 นาทีที่จอดรถก็เต็มแล้ว รถอีกหลายคันที่ไม่มีที่จอดจึงต้องขับไปจอดที่อื่นซึ่งแน่นอนว่าต้องเสียเงินค่าจอดเป็นรายชั่วโมง แต่ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติจะจอดฟรีไม่ว่าจะกี่ชั่วโมง ผมคิดว่าผม คุณพ่อ และคุณแม่ของผมนั้นมาถึงเร็วเลยคิดว่าจะมีคนน้อยแต่พอผมเดินผ่านประตูทางเข้าไป ตรงหน้างานผมตกใจมาก

 

เพราะว่ามีคนเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ผม คุณพ่อและคุณแม่ จึงแยกกันไปซื้อหนังสือ คุณพ่อจะซื้อหนังสือเกี่ยวกับกล้อง ส่วนผมจะซื้อหนังสือการ์ตูนความรู้พวกวิธีการเอาชีวิตรอดหรือไม่ก็พวกวิทยาศาสตร์เป็นต้น ส่วนคุณแม่จะซื้อหนังสือแบบฝึกหัดเกี่ยวกับการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ภาษาไทย และวิชาอื่นๆของมัธยมต้นและมัธยมปลายให้กับผมและพี่สาวที่อยู่ต่างจังหวัดเพราะผมกำลังจะขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และพี่สาวกำลังจะขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 คุณแม่จึงต้องเตรียมตัวไว้ก่อนเพราะกัลวว่าผมจะเรียนไม่ทัน คุณแม่ได้แบบฝึกหัดประมาณ 4-5 เล่ม ส่วนผมได้หนังสือการ์ตูนความรู้ประมาณ 16 เล่ม ระหว่างที่คุณแม่กำลังเลือกซื้อแบบฝึกหัดอยู่ผมก็ได้อ่านหนังสือการ์ตูนไปประมาณ 4 เล่ม


พอผม คุณพ่อและคุณแมซื้อของเสร็จก็เดินออกมาจากงานและกลับไปเก็บของที่รถเตรียมตัวจะกลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้านตอนอยู่ในรถผมอ่านหนังสือเเฝง การ์ตูนไปอีก 1 เล่ม พอกลับไปถึงที่บ้านเลยเหลืออีก 11 เล่นที่ผมยังไม่ได้อ่าน

เเละนี่คือบรรยากาศภายในงานครับ

ปล.นี่เป็นหนังสืิอส่วนหนึ่งครับ ยังมีอีก

วันสงกรานต์ที่ผ่านมาผมยุ่งนิดหน่อย…

สวัสดีครับ ผม ภู นะครับ วันนี้ผมจะมา Update WebBlog ของผมเพิ่มเติมครับ

ช่วง วันสงกรานต์ที่ผ่านมาผมยุ่งนิดหน่อย ผมเขียนเรื่องที่จะเล่าไว้ส่วนหนึ่งแล้วตั้งใจจะเขียนเล่าเรื่องของวันที่ 13 เมษายน หรือ วันสงกรานต์ แต่ติดขัดเรื่องเรียนปรับพื้นฐานที่สวนกุหลาบธนบุรีนิดหน่อยครับและต้องรอรูปจากคุณพ่อมาประกอบบทความ WebBlog ด้วย แต่ตอนนี้เริ่มจะเข้าที่แล้วครับเลยเข้ามา Update ไว้ครับ

ช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมตื่นสาย ทั้งๆที่เป็นวันที่สำคัญ เพราะผมดูละครจนดึก พอคุณพ่อมาปลุกผมให้ตื่น ผมลุกขึ้นมานั่งได้แล้ว แต่ด้วยความง่วงผมจึงหลับไปอีกครั้ง จนคุณพ่อแกล้งผมเอาผ้าชุบน้ำมาลูบหน้าผม จนผมตื่นได้  😀 😀 😀

พอผมทำกิจวัตรประจำวันและทานข้าวเสร็จแล้ว ผมก็มาช่วยคุณพ่อเช็ดทำความสะอาดโต๊ะหมู่บูชาที่ห้องพระจนสะอาดและคุณพ่อก็เชิญพระพุทธรูปประจำบ้าน ลงมาเพื่อเตรียมสรงน้ำส่วนคุณแม่ก็ช่วยเตรียมแจกันดอกไม้ และอื่นๆอีกมากมายจนสะอาดหมดทั้งห้องแล้ว ก็เชิญคุณตาคุณยายมาสรงน้ำพระ ตามด้วยคุณพ่อคุณแม่และผมเป็นคนสุดท้าย จากนั้นจึงรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่คุณตาคุณยายให้พรผมด้วย คุณพ่อคุณแม่ก็เช่นกันครับ ที่บ้านผมจะทำแบบนี้เป็นประจำทุกปีเท่าที่ผมจำความได้ครับ


เสร็จแล้วก็ถ่ายรูปสักภาพ กว่าจะเสร็จกิจกรรมทั้งหมดของผมและคุณพ่อคุณแม่ก็เที่ยงพอดีพวกเราพักทานข้าวเที่ยงกัน แล้วพักผ่อนประมาณ 2 ชั่วโมง ผมก็ไปช่วยคุณพ่อและคุณแม่ล้างรถต่อ เพราะต้องเตรียมไปทำบุญที่วัดประจำของตระกูล พร้อมกับญาติๆ ทั้งหมดของฝ่ายคุณตาคุณยายผมครับ


นานๆทีผมถึงจะได้ช่วยพ่อ เพราะพ่อให้ผมทำกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่า คุณพ่อคงเห็นผมเป็นเด็กอยู่มั้งคงช่วยอะไรไม่ได้มากแต่จริงๆผมทำได้นะครับไม่เชื่อลองดูรูปที่คุณแม่ผมถ่ายมาสิ

ผมช่วยคุณพ่อคุณแม่ล้างรถนานพอสมควรนานๆล้างทีก็เหนื่อยเหมือนกันครับถ้าไม่เชื่อก็ลองล้างรถดูเองนะครับ แต่มันก็คุ้มค่าที่ทำให้รถของคุณพ่อกลับมาสะอาดอีกครั้งผมดีใจที่ได้ช่วยคุณพ่อล้างรถ กว่าจะเสร็จก็เย็นพอดี ผมต้องรีบไปอาบน้ำก่อนที่จะลงมาทานข้าวเย็น ที่คุณยายผมเป็นคนจัดเตรียมไว้ให้ ภารกิจผมยังไม่เสร็จนะครับปิดเทอมนี่งานเยอะเลย พอทานข้าวเสร็จแล้วก็ต้องขึ้นมาพับผ้าให้คุณแม่ด้วย และภารกิจประจำวันสุดท้ายของผม คือร่วมกันสวดมนต์กับคุณพ่อและคุณแม่ที่ห้องพระประมาณ 30 นาที ที่ต้องทำร่วมกันประจำทุกสัปดาห์ เขียนไปสักพักรู้สึกมึนงงเล็กน้อย…  😀

วันนี้ผมขอมาเล่าเพียงแค่นี้นะครับ ถ้ามีเวลาจะมาเล่าเรื่องการไปทำบุญที่วัดให้ฟังนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

ภู ศุภกร

สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 45

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน ผม ภู ศุภกร นะครับ ตอนนี้ผมสอบเข้า ม.1เสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่วงก่อนสอบอะครับ ผมไม่ค่อยมีเวลาเขียน Webblog ซักเท่าไร เพราะต้องอ่านหนังสือแต่ตอนนี้สอบเสร็จแล้วผมจึงไม่ต้องอ่านหนังสือสอบ หลังจากที่เครียดเรื่องสอบเข้ามานาน วันนี้ผมมีเวลาเลยจะมา Update เล่าเรื่องที่ผมกับคุณพ่อ คุณแม่ของผมพาไปซื้อหนังสือที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ครับ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 45 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 15 ในเมืองไทยด้วยมีตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม – 9 เมษายน 2560 ถ้าใครสนใจก็ไปดูได้นะครับ เดี๋ยวหนังสือจะหมดก่อน ที่นั่นมีลานจอดรถฟรีให้จอดแต่ต้องมาเร็วๆนะครับเดี๋ยวเต็มจะไม่มีที่ให้จอด หรือถ้าเต็มก็ไปจอดด้านหลังซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงงานยาสูบ ( ฟรี!!! ) และด้านข้างหอประชุมฯ ที่กว้างมากแต่ต้องเสียเงินนะครับคิดเป็นชั่วโมง


ถ้าผมจำไม่ผิดงานหนังสือที่นี่จะมี 2 ครั้งต่อปีนะครับ มีช่วงเดือนเมษายนกับตุลาคมตอนปิดเทอมพอดีครับ ส่วนผมกับคุณพ่อคุณแม่ไปเดือนนี้แหละครับ เราเริ่มออกเดินทางเวลา 9.30 น. พอไปถึงก็นั่งรออยู่ในรถประมาณ 10 นาที เขาก็เปิดที่จอดรถตรงด้านหลังหอประชุมฯพอดี พอผ่านไป 5 นาทีกลับมีรถมามากมาย ที่จอดรถที่เหลืออยู่ก็เต็มภายใน 5 นาที เพราะแต่ละคันก็จอดต่อคิวรอเข้าอยู่

( คนเยอะมากกก 😀  ขอบอก!!! เขาเปิดให้เข้าตั้งแต่ 10.00น. เป็นต้นไปครับ )

พอเข้าไปในงานผมรู้สึกตื่นเต้นกับบรรยากาศที่ได้พบเจอคนมากมายที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันกับผม ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือเกือบทุกประเภทแต่ก็มีบางประเภทที่ผมไม่ค่อยชอบอ่าน แต่ที่ผมชอบอ่านเป็นพิเศษคือหนังสือการ์ตูนความรู้ครับ เพราะว่า ให้ทั้งความรู้และความสนุกสนาน ซึ่งในวันนั้น ผมต้องเอากระเป๋าเป้แบบมีล้อเลื่อนไปใส่หนังสือเพราะ ผมตั้งใจจะซื้อสัก 10 เล่ม แต่ผมเผลอซื้อไปรวมทั้งหมด 16 เล่มเลยครับซึ่งเป็นหนังสือการ์ตูนความรู้ ทุกเล่ม ( ซื้อ 10 เล่ม แถม 1 เล่ม เฉพาะสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์นะครับ ) 😀 😀

ภายในงานจะมีคนแต่งคอสเพลย์เป็นตัวต่างๆเดินชูป้าย โปรโมทหนังสือขายดีอยู่ภายในงาน ซึ่งถ้าโชคดีก็อาจจะได้เจอนะครับ ขอแนะนำหนังสือนิดนึงครับ อันนี้เป็นหนังสือที่ผมสะสม เช่น ครอบครัวตึ๋งหนืดตอนนี้ผมมีถึงเล่มที่ 28 แล้วครับ และเล่มใหม่คือเล่มที่ 29 ครับ อีกอันหนึ่งที่หน้าสนใจคือหนังสือ Why? เกี่ยวกับไฟและการเผาไหม้ เล่มที่ 50 เป็นเล่มล่าสุดครับ

ผมก็ไปแอบยืนอ่านหนังสืออื่นๆจบไปหลายเล่มเลยครับ พอยืนอ่านจนเมื่อยแล้วเลยซื้อกลับบ้านครับ เขาก็ไม่ว่าอะไรครับ 555+ 😀 😀 😀

ในงานมีร้านอาหารนะครับแต่คนเยอะมากขอบอก รอคิวยาวเหยียดเลยกว่าจะได้กินถ้าไม่อยากรอนานก็นำขนม นม น้ำ หรือข้าวกล่องติดไปด้วยครับสะดวกดีมีมุมให้นั่งเยอะแยะไม่ต้องห่วงครับ ผมก็เตรียมไปเหมือนกัน

ก่อนที่ผมและคุณพ่อคุณแม่จะกลับผมก็ได้แวะถ่ายรูปนิดนึง พอถ่ายรูปเสร็จแล้วก็เดินทางกลับบ้านครับ 😀


ถึงบ้านประมาณบ่าย 2 โอเคครับ!
วันนี้ขอเล่าแค่นี้ก่อนนะครับ รู้สึกเมื่อยมือแล้วครับ ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน… 😀 😀 😀

ภู ศุภกร

เริ่มเรียนกีตาร์วันเเรกรู้สึกตื่นเต้น

สวัสดีครับทุกๆคน ผม ภู นะครับ วันนี้ผมจะพาไปชมบรรยากาศที่ผมไปเรียนกีตาร์วันแรกเมื่อวานนี้ให้ทุกๆคนฟัง ผมเริ่มไปเรียนกีตาร์วันแรกที่ศูนย์การเรียนรู้สำหรับครอบครัว ทุ่งครุ ครับ ความจริงเรื่องการเรียนกีตาร์ก็ผ่านมาหลาย season แล้ว แต่เพราะเรื่องเรียนหนังสือ ผมต้องไปเรียนวันเสาร์ทุกอาทิตย์ที่โรงเรียนทำให้ผมไม่สามารถมาเรียนกีตาร์ได้ แต่ตอนนี้ผมปิดเทอมแล้วจึงทำให้มีเวลาไปเรียนกีตาร์

เมื่อก่อนเรียนเฉพาะวันเสาร์แต่ตอนนี้เรียนวันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์ ซึ่งตอนนี้ผมต้องซ้อมให้มากเพราะเนื่องจากเรื่องเรียนหนังสือผมจึงไม่ได้ซ้อมมานาน และทำให้ฝีมือการเล่นของผมลดถอยลง ดังนั้นผมจึงซ้อมเพื่อให้ตามทันเพื่อนๆ

และ ในวันนี้พวกเราเปลี่ยนสถานที่เรียน จากห้องซ้อมดนตรี ไปซ้อมที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 4 เป็นห้องโถงใหญ่มาก ซึ่งวันนี้มีเด็กเก่ามาเรียนไม่มาก ( ผมเป็นเด็กเก่านะครับ ) ต่างกับเด็กใหม่ที่มีมากเลยทีเดียว วันนี้แค่ตั้งสายกีตาร์ก็กินเวลาไปครึ่งชั่วโมงแล้ว 😮 เพราะว่าครู ต้องตั้งสายกีตาร์ทุกตัวที่เสียงเพี้ยนให้เป็นเสียงเดียวกันทั้งหมดก่อน แต่วันนี้ก็เรียนด้วยความสนุกสนาน วันนี้คุณครูให้เด็กเก่าสอนเด็กใหม่เล่น ถึงจะเป็นเรื่องที่ยากแต่ก็เต็มไปด้วยความสนุก

ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับมาเรียนกีตาร์อีกครั้งครับ อีกอย่างผมเห็น ผู้ปกครองของเด็กบางคนก็มาดูลูก หรือหลานของตัวเองเล่นกีตาร์ในห้องด้วย ทางศูนย์เขาไม่ห้ามครับ 😀 ผมไม่แน่ใจว่าจะมี season ต่ออีกมั้ย แต่ผมก็อยากให้มีอีกเพราะรู้สึกผูกพันกับที่นี่และกลุ่มเพื่อนๆพี่ๆที่มาเรียนกีตาร์ด้วยกันและโดยปกติก่อนก็จะจบการเรียนก็จะมีการแสดงสดของแต่ละคนบนเวทีแสดงที่ศูนย์ฯและเชิญผู้ปกครองและผู้ที่สนใจรับชมครับ

ครูต้อง คุณครูผู้ฝึกสอนของพวกเราเองครับ ใจดีเเละใจเย็นครับเด็กๆทุกคนรักครับ

และต้องขอบคุณคุณพ่อผมด้วยครับที่ได้ถ่ายรูปบรรยากาศในห้องเรียนกีตาร์ไว้ทำให้ผมมีภาพสวยๆมาประกอบ Web Blog ของผม อาจจะช้าไปบ้างเพราะต้องรอให้พ่อผมว่างก่อน ฝากเพื่อนๆติดตามด้วยครับ ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไรจะมาเขียน Web Blog เรื่องต่อไปอีก ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ

ภู ศุภกร

ป.ล. เร็วๆนี้ผมจะให้คุณพ่อช่วยเปลี่ยน Theme ( ธีม ) ของ Web Blog ผมใหม่ หน้าตาอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมนะครับ

งานที่คุณเเม่ให้ผมทำ

สวัสดีครับเพื่อนและทุกๆคนครับ ผมภูครับ วันนี้ผมตื่นสายนิดหน่อยแต่ ผมต้องช่วยงานบ้านและทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคุณแม่ ซึ่งวันนี้ผมจะมาเล่าหน้าที่ที่ผมได้รับมอบหมายให้ทุกๆคนฟังนะครับ อย่างแรก ผมต้องตื่นนอนก่อน 9.00 น. ทุกวัน ( เพื่อนๆว่าสายมั้ยครับ 😀 ) ต่อมา ผมต้องทานข้าวให้เสร็จและก็ต้องล้างจานให้เรียบร้อยก่อน 9.45 น.

( กำลังรดน้ำต้นไม้ครับ )

( นี่คือต้นไม้ที่คุณพ่อซื้อมาจากงานทุ่งครุเกษตรเเฟร์ที่ผมเล่าให้ฟังครั้งก่อนครับ 😀  )

จากนั้นก็มา รดน้ำต้นไม้ให้คุณแม่พอเสร็จแล้วก็ต่อด้วยซ้อมกีตาร์อย่างน้อยประมาณ 1 ชั่งโมง

( กำลังต่อสายกับเครื่องเสียงเเละตั้งสายกีตาร์ครับ )

( กำลังซ้อมครับ เดี๋ยวถ้ามีโอกาสอาจจะมีคลิปให้ชมเเต่รอให้ชำนาญก่อนนะ 😀 )

แล้วค่อยอ่านหนังสือที่ตนเองชอบบางที่คุณแม่ก็เอาหนังสือพิมพ์มาให้อ่าน ผมก็จะเลือกอ่านเฉพาะเรื่องที่ผมสนใจเช่นเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ผมอ่านมาจากหนังสือพิมพ์ HOT NEWS จากช่อง  new)tv

ผมอ่านเรื่อง ‘การุณยฆาต’ ปลาคุณปู่ อายุมากที่สุดในโลก ผมว่ามันเป็นเรื่องที่แปลกดีผมไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนเพราะมันคือ ปลาปอดออสเตรเลีย ในหนังสือพิมพ์เขาบอกไว้ว่า ชื่อคุณปู่ หรือ แกรนด์แดด มันมีอายุไม่ต่ำกว่า 90 ปี

และเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน มันอายุยืนมาก ( ตายยาก )จนเขาต้องทำ การุณยฆาต มัน ( การุณยฆาต คือ การที่ทำให้เสียชีวิตโดยความเต็มใจของเจ้าตัวหรือญาติ ) โดยเขาจะนำยาสลบเกินขนาดผสมลงไปในน้ำที่มันอาศัยอยู่ เหตุผล คือ ปลาชนิดนี้มีอายุมากเกินไปนั่นเอง และมันไม่ยอมกินอาหาร อีกทั้งยังไม่มีการพัฒนาการใดๆกว่า 100 ล้านปี เขาจึงต้องทำให้มันตาย

ที่มา  :  พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิคาโก เชดด์ อควาเรียม

พออ่านหนังสือพิมพ์เสร็จแล้วที่เหลือก็เป็นเวลาพักของผมครับ 😀

มีอะไรเเนะนำก็โพสต์มาทาง Facebook ได้นะครับ ขอบคุณครับบบ อย่างลืมติดตามอ่านนะครับ

พรุ่งนี้ผมจะไปเรียนกีตาร์วันเเรก  😀

ภู ศุภกร

Trip เเรกหลังปิดเทอมของผม

สวัสดีครับเพื่อนๆพี่น้องทุกคน ผมภูนะครับ ผมห่างหายไปนานเพราะต้องทำอะไรหลายๆอย่างเช่น เตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนใหม่ ผมจึงต้องอ่านหนังสือให้มาก แต่ในตอนนี้ผมปิดเทอมแล้ว ผมจึงมีเวลามานั่งเขียนถึงทุกๆคน และมีเวลาไปเรียนกีตาร์ที่ศูนย์การเรียนรู้สำหรับครอบครัว ผมพึ่งจะไปสมัครเรียนกีตาร์เมื่อวานนี้เองและเมื่อวานก็มีงาน ทุ่งครุเกษตรแฟร์ 60 เมื่อที่ 1 – 5 มีนาคม 2560 ซึ่งเมื่อวานวันที่ 5 หรือก็คือวันสุดท้ายนั่นเองผมจึงถือโอกาสนั้นเดินเที่ยวงาน

หลังจากที่สมัครเสร็จ ผมและคุณพ่อ คุณแม่ ของผมก็เดินเที่ยวงานอย่างมีความสุข ผมซื้อน้ำมะพร้าวนมสดมา 1 แก้ว ส่วนคุณพ่อของผมซื้อต้นไม้ และคุณแม่ของผมจะซื้อบัวรดน้ำ แต่มันไม่มีขายจึงไม่ได้ซื้อ คุณแม่ของผมจึงซื้อมะขามแทน
(มันอร่อยมากกก)

และแน่นอนว่างานนี้ต้องมีเครื่องเล่นมากมายและมีเกม เช่น เกมปากระป๋อง เกมยิงปืน (ปืนปลอมนะครับ) ถ้ายิงหรือปาโดนอันไหนก็เอาไปเลย

แต่ผมและคุณพ่อคุณแม่มาเช้าไปหน่อยร้านจึงยังเปิดไม่มาก พอได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็เตรียมเดินทางกลับบ้าน ผมเห็นร้านยิงปืนร้านหนึ่งจึงชักชวนคุณพ่อไปแข่งยิงปืนเพราะ คุณพ่อเคยบอกว่าได้เหรียญแม่นปืน (ปืนจริง) แต่ครั้งนี้คุณพ่อยิงไม่โดนสักอัน ส่วนผมยิงโดน 5 อัน ครับ 😀 มันสนุกดีนะครับ อาจจะไม่เว่อ เหมือนในห้าง แบบบ้านๆ (เพื่อนๆที่ยังไม่เคยเล่นลองไปหาเล่นดูนะครับ) พอเล่นเสร็จแล้วผมและคุณพ่อคุณแม่ก็เดินทางกลับถึงบ้านด้วยความปลอดภัยครับ

วิธีการเล่นเกมยิงปืน
1.ซื้อกระสุนตามที่คิดว่าจะเล่นนานแค่ไหน
2.ใส่กระสุนตามที่เจ้าของร้านบอก
3.ขึ้นไก (ถ้าบางอันมี)
4.เหนี่ยวไก (ยิง)

ครั้งนี้เอาไว้เเค่นี้ก่อนนะครับเอาไว้ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังใหม่นะครับ พอดีผมพึ่งจะเริ่มเขียน Web Blog ส่วนตัวนะครับถ้าผิดพลาดขออภัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

ภู ศุภกร