Tag: บาลินีส (Balinese)

เรื่องของ“เเมว” (Part 3 The End)



สวัสดีครับ ผม ภู ศุภกร นะครับ ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 แล้วนะครับที่ผมได้เขียนขึ้นมาหรือ Part 3 นั่นเองครับ สำหรับหัวข้อในวันนี้หัวข้อที่ผมจะมาพูดถึงมีทั้งหมด 2 หัวข้อนั่นเอง เป็น 2 หัวข้อสุดท้ายของเรื่องแมวที่ผมเขียนนั่นเองครับ มีหัวข้อ“การทำหมันแมวตัวเมียและตัวผู้” และ มีหัวข้อที่ “ข้าวกล้อง แมวสายพันธุ์อะไร” นะครับ

ก่อนที่จะไปเข้าเรื่องหัวข้อการทำหมัน อยากให้ทุกคนรู้ไว้ก่อนว่า การทำหมัน คืออะไร สำหรับคนแล้วการทำหมัน คือ การผ่าตัดอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนเราไม่สามารถมีลูกได้ครับ การทำหมันของน้องแมวเองก็เช่นกัน น้องแมวจะไม่สามารถมีลูกได้เมื่อทำหมันแล้วนะครับ รายละเอียดที่เหลือของการทำหมัน ให้ดูเอาในหัวข้อ การทำหมันแมวนะครับ

5.การทำหมันแมวตัวเมียและตัวผู้

การทำหมันส่วนใหญ่แล้วจะนิยมทำกันตอนอายุ 1 ขวบ ซึ่งคุณหมอแนะนำการผ่าให้ 2 วิธีคือ ผ่าตรงกลาง และ ผ่าด้านข้าง

2 วิธีนี้ต่างกันอย่างไร???  ถ้าเราให้คุณหมอผ่าด้านข้างจะหายเร็วกว่าผ่าตรงกลางครับ ซึ่งก่อนผ่าจำเป็นต้องอดอาหาร และ น้ำประมาณ 6 ชั่วโมงครับ เพราะก่อนจะผ่า คุณหมอเขาอาจจะฉีดยาสลบ และ ถ้าน้องแมวของเราหลับแล้ว มีเศษอาหารหรือน้ำไหลเข้าหลอดลมของน้องแมวก็อาจทำให้น้องแมวเสียชีวิตได้ครับ และ หลังจากผ่าเสร็จสิ้นแล้วก็ให้น้องแมวอดอาหาร

ประมาณ  12 ชั่วโมงหลังจากที่ผ่าแล้วครับ ถึงจะเป็นเวลาที่นานมาก และ น่าสงสารน้องแมว แต่ก็ต้องอดทนไม่ให้อาหารครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวน้องแมวเอง และ ห้ามให้น้องแมวเลียแผล วิ่งเล่น กระโดด หรืออะไรก็ตามที่เป็นการกระทบกระเทือนแผล ห้ามอย่างเด็ดขาดครับเพราะแผลอาจเปิดได้

6.ข้าวกล้อง แมวสายพันธุ์อะไร

ข้าวกล้องของผม เป็นแมวลายสลิด ครับ

ผมเจอข้าวกล้อง ครั้งแรกก็คือที่หลังบ้าน ตอนนั้นผมได้ยินเสียงแมงร้องที่บริเวณหลังบ้าน ตอนแรกผมคิดว่าเป็นลูกแมวจรจัดที่กำลังร้องหาพ่อแม่ของมัน ผมจึงปล่อยไป แต่มันร้องเป็นเวลานานมากและมันเริ่มร้องเบาขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงลองโผล่หน้าออกไปดู

ผมก็เจอกับลูกแมวที่ตัวเล็กและผอมมาก เหมือนกับว่าเกิดมามันไม่เคยกินอาหารและนม ของแม่มันเลย ผมจึงคิดว่าพ่อและแม่ของมันคงจะทิ้งมันซะแล้ว มันคงโชคดีมากเพราะผมคงไปเจอมันตอนที่มันพึ่งเกิดได้ไม่กี่วัน ผมจึงบอกคุณพ่อว่าเจอแมว และขอร้องให้คุณพ่อรับเลี้ยงมันภายในบ้าน ซึ่งตอนแรกคุณพ่อก็อนุญาต แต่คุณแม่ไม่อนุญาต

ผม และ คุณพ่อจึงได้แต่สร้างที่หลบฝนให้แก่มัน ซึ่งผมก็คอยให้อาหารตอนเด็กๆพวกเนื้อไก่ทอด น้ำเปล่า และ พวกนมวัว พอเวลาผ่านไปสักพักคุณพ่อจึงไปปรึกษากับคุณแม่และผลก็คือ อนุญาตให้เอามันเข้ามาเลี้ยงในบ้านได้ หลังจากวันนั้น ผม คุณพ่อและคุณแม่ก็ได้ตั้งชื่อให้กับมันว่า ข้าวกล้องและไปซื้ออาหารเม็ด และ นมแพะให้กับข้าวกล้อง ซึ่งผมก็เลี้ยงมันให้อ้วนกลม เพราะว่า โดยส่วนตัวของผมแล้ว ผมนั้นชอบแมวที่มีลักษณะอ้วนกลมมากๆ เพราเวลากอดมันน่าจะอุ่นและนุ่มมากครับ 555

สิ่งที่เราควรจะมีถ้าเราเลี้ยงน้องแมวอย่างที่ 1 คือ ที่อยู่ ครับเพราะถ้าน้องแมวของเราไม่มีที่จะอาศัยอยู่ น้องแมวจะกลายแมวจรจัดครับ และอาจจะลำบากมากด้วยถ้าน้องแมวเราหาที่อยู่อาศัยไม่ได้

สิ่งที่ควรจะมีถ้าเราเลี้ยงแมวอย่างที่ 2 คือ อาหารครับ เพราะอาหารจำเป็นต่อการดำรงชีวิตต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ สัตว์ หรือ พืช ก็ต้องการอาหารกันทั้งนั้นครับ

สิ่งที่ควรจะมีถ้าเราเลี้ยงแมวอย่างที่ 3 คือ กระบะแมวครับ เพราะเวลาที่น้องแมวปวดปัสสาวะ หรือปวดอุจจาระ น้องแมวจะได้ไม่ปล่อยเรี่ยราดตามที่ต่างๆ ถ้ามีกระบะแมวเราก็ต้องฝึกให้น้องแมวไปปล่อยปัสสาวะ หรือ อุจจาระ ในกระบะแมว เราจะได้เก็บได้สะดวก

สิ่งที่ควรจะมีถ้าเราเลี้ยงแมวอย่างที่ 4 คือ ทรายแมวครับ เพราะ ทรายแมวจะช่วยดูดกลิ่นปัสสาวะ และ อุจจาระของน้องแมวได้ครับ อย่างที่ทุกคนรู้กลิ่นของปัสสาวะและอุจจาระของน้องแมวนั้นเหม็นมากๆ เพราะอย่างนั้นทรายแมวจึงเป็นสิ่งที่คนเลี้ยงแมวควรจะมีครับ

สุดท้ายนี้…ผมขอขอบคุณที่ทุกคนๆ ที่เข้ามาอ่านเกี่ยวกับหัวข้อ “เเมว” ของผมครับ สามารถติดตาม Blog: http://myhobbystreet.com ของผมได้นะครับ  มีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่ผมคิดจะเขียนเอาไว้ ขอบคุณครับ

ติดตามผลงานของผมในหัวข้อ “เเมว” ได้ที่ เรื่องของ“เเมว”  เเละ  เรื่องของ“เเมว” (Part  2)

เรื่องของ“เเมว” (Part 2)


สวัสดีครับทุกๆคน มาเจอกับผมอีกครั้งครับ ภู ศุภกร หลังจากที่ครั้งที่แล้วที่ผมได้นำข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับน้องแมว มาให้ทุกคนได้ทราบทั้งหมด 6 หัวข้อ จากครั้งที่แล้วผมได้นำเสนอให้ทุกคนทราบไปทั้งหมด 2 หัวข้อ และในวันนี้ผมจะมานำเสนออีก 2 หัวข้อ นั่นก็คือ หัวข้อ “อายุของแมว” และ หัวข้อ “การเลี้ยงดูแมว” นั่นเองครับ  ตอนนี้น้องแมวที่ผมเลี้ยงอยู่ชื่อ ข้าวกล้อง ผมเริ่มเลี้ยงข้าวกล้องได้เป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ตอนนี้ข้าวกล้องตัวใหญ่และอ้วนกลมมาก เนื่องจากผมชอบแมวตัวอ้วนๆ กลมๆ ที่ผมนั้นชอบแมวตัวอ้วนๆ กลมๆ เพราะ เวลาอุ้มน้องแมวแล้วผมคิดว่าน่ามันจะนุ่มและอุ่นมาก เอาละนอกเรื่องมามากพอแล้วไปพบกับหัวข้อที่ 3-4 กันเลยครับ “อายุของแมว” เเละ “การเลี้ยงดูเเมว”



3.อายุของแมว

จริงๆแล้วอายุของน้องแมว น้องหมา และสัตว์อื่นๆอีกมากมาย เมื่อเปรียบเทียบกับคนเราแล้ว จะไม่เท่ากันนะครับ แมวที่อายุประมาณ 4 – 6 เดือน คือ เมื่อเปรียบเทียบมนุษย์อย่างเราแล้วถือเป็นช่วงวัยรุ่นของแมวเลยทีเดียวครับ โดยเฉลี่ยแล้วอายุของแมวก็จะประมาณ 10 – 15 ปี แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเลี้ยงของพวกเราด้วยครับ ถ้าเราให้น้องแมวกินอาหารที่ไม่ดี น้องแมวของเราก็อาจจะอยู่กับเราได้ไม่นาน แต่ถ้าเราให้กินอาหารที่ดี น้องแมวก็อาจจะอยู่กับเราได้นานมากขึ้นครับ


ในความคิดของผม “อาหารที่ดี” ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง “เสมอไป” ในความคิดของผมแล้ว “อาหารที่ดี” คืออาหารที่น้องแมวกินแล้วดีต่อร่างกายของน้องแมวเอง เช่น พวกสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของน้องแมว เมื่อน้องแมวกินเข้าไป  และคำว่าไม่จำเป็นต้องแพง“เสมอไป” คำว่า เสมอไป ของผมนั้นในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่า อาหารของน้องแมวจำเป็นต้องอาหารที่ราคาแพงหรือราคาถูกเท่านั้น อาหารของน้องแมวนั้นอย่างที่ผมบอกไป ควรเป็นอาหารที่ดีต่อน้องแมว ถ้าเราจะซื้ออาหารของน้องแมว ถ้าเป็นผม ผมจะเลือกซื้ออาหารที่ไม่แพงและไม่ถูกมากจนเกินไป

ถ้าราคามันแพงเราก็ไม่ควรฝืนกำลังตัวเองมากจนเกินไป ให้เราเลือกซื้อตามกำลังของตนเองเท่าที่ตนเองมี ไม่ควรฝืน และไม่ควรซื้อมาเป็นจำนวนมากๆในครั้งเดียว เพราะเราเองก็ต้องดูด้วยว่าน้องแมวนั้นชอบอาหารประเภทไหน ถ้าน้องแมวไม่ชอบอาหารที่เราซื้อมา น้องแมวก็จะไม่ค่อยกินอาหารที่เราซื้อมาและอาจจะทำให้เหลือทิ้งได้ครับ

โดยเฉลี่ยแล้วอายุของน้องแมวของเราจะประมาณ 10-15 ปี ถ้าใครเลี้ยงมาได้ถึงประมาณนี้แสดงว่าคุณเลี้ยงแมวได้ดีแล้ว เพราะ 4-6 เดือน คือ ช่วงวัยรุ่นของน้องแมว และถ้า 10-15 นี่คือเป็นช่วงที่น้องแมวแก่แล้ว ซึ่งการที่น้องแมวแก่นั้น เป็นเรื่องธรรมชาติ และสิ่งมาพร้อมความแก่ของน้องแมวคือ การเจ็บป่วยนั่นเอง ความแก่นั้นหมายความน้องแมวของเรานั้นไม่ได้แข็งแรงเหมือนกับแต่ก่อนแล้วนั่นเอง ซึ่งอาจจะต้องพาไปหา สัตวแพทย์บ่อยๆ และอาจมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นในเรื่องสุขภาพของน้องแมวด้วยครับ


4.การเลี้ยงดูแมว  (ในมุมมองของผมครับ)

เกี่ยวกับในหัวข้อนี้ ผมจะขอพูดเกี่ยวกับระบบปิด และ ระบบเปิด นะครับ ซึ่งผมได้พูดอธิบายไปตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว เรื่องของ“เเมว” ว่าระบบปิดและระบบเปิดเนี่ย คือระบบที่เรามีไว้เพื่อใช้ในการเลี้ยงน้องแมวของเราครับ ระบบปิดคือการที่เราควบควมดูเเลไม่ให้น้องแมวออกไปไหนตามลำพัง แต่ผมไม่ได้หมายถึงการกักขังน้องแมวไว้ตามกรง ให้อยู่ภายในห้อง หรืออะไรก็ตามที่เป็นการขังน้องเเมวเอาไว้

ผมไม่ได้หมายถึงว่าห้ามไม่ให้เขาออกไปจากบ้าน ก็คือเลี้ยงเขาไว้ภายในบ้าน ให้เขากิน นอน เล่น อยู่ภายในบ้าน ระบบปิดไม่ได้หมายความว่าต้องห้ามเขาออกจากบ้านเลยเด็ดขาด สามารถพาออกไปเดินเล่นได้ครับ เพราะถ้าเลี้ยงแบบระบบปิดแล้วไม่พาเขาออกไปข้างนอกบ้าง เขาจะเริ่มเครียดแล้วเขาจะพยายาม หรือ หาวิธีแอบหนีเราออกไปข้างนอกครับ (เหมือนเเมวของผม)

ส่วนระบบเปิด ระบบเปิดเนี่ยจะให้อิสระกับน้องแมวหน่อยคือให้เขาออกไปข้างเดินเล่นนอก ปล่อยให้เขาใช้เวลากับโลกภายนอกบ้าง ไม่ได้ไปบีบบังคับเขาว่าเวลากลางคืน ต้องเข้าบ้าน ต้องเข้ากรง สำหรับน้องแมว “บางตัว” เวลาที่เราเลี้ยงแบบระบบเปิด พอถึงเวลาที่เขาเบื่อหรือเริ่มมืดแล้ว เขาจะกลับเข้ามาภายในบ้านด้วยความสมัครใจของตัวเขาเอง แต่บางตัวก็จะแบบไปแล้วไม่กลับ แบบหายไปเลย ซึ่งผมเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันระหว่าง 2 ระบบนี้ระบบไหนดีกว่ากัน แล้วแต่ผู้ที่เลี้ยงเลยนะครับ เพราะต้องดูสถานที่ที่เลี้ยงน้องแมวด้วยว่าเหมาะสมกับระบบไหนมากกว่ากัน แต่สำหรับผม ผมใช้ระบบปิด เพราะ บ้านผมเหมาะกับระบบปิดมากกว่าเเละอีกอย่าง ผมก็กลัวน้องแมวจะหายไป และ กลัวว่าน้องแมวจะไปตั้งท้องกับแมวจรจัดกลับมาอีกด้วย

ขอบคุณภาพสวยๆจากวิกิพีเดียด้วยนะครับ
https://th.wikipedia.org/wiki/เเมว  เเละ  https://en.wikipedia.org/wiki/Kitten

ยังมีต่อนะครับเดี๋ยวรอหัวข้อต่อไปจะมาเขียนเพิ่มเร็วๆนี้ อย่าลืมติดตามนะครับ

เรื่องของ“เเมว”

สวัสดีครับผม ภู ศุภกร หลังจากที่ผมได้ห่างหายไปเป็นเวลานาน วันนี้ผมได้มีเวลากลับมาเขียนอีกครั้ง เพราะว่าตอนนี้ผมปิดเทอมแล้ว ซึ่งในวันนี้ผมจะมา Update blog ของผมอีกครั้งหนึ่ง ในหัวข้อที่เกี่ยวกับ “แมว” ครับ เพราะว่าตอนนี้ที่บ้านของผมเลี้ยงแมวอยู่ตัวหนึ่งด้วยความบังเอิญและสงสารบวกกับ ความรู้เรื่องแมวที่ผมไม่ค่อยจะมีสักเท่าไร จึงทำให้ผมได้คิดที่จะหาความรู้เกี่ยวกับ “แมว” ใครที่ยังไม่ทราบหรือทราบแล้วอยากทราบเพิ่มเติมมากขึ้นก็จะได้ทราบกันอย่างทั่วถึง ไม่เน้นวิชาการนะครับ

หัวข้อโดยรวมที่ผมค้นหามาได้เกี่ยวกับ “แมว” จะมีอยู่ทั้งหมด 6 หัวข้อนะครับมีดังนี้ครับ

1.แมวมีทั้งหมดกี่สายพันธุ์

2.ชื่อของแมวแต่ละสายพันธุ์

3.อายุของแมว

4.การเลี้ยงดูแมว

5.การทำหมันของแมวตัวเมียและตัวผู้

6.ข้าวกล้องสายพันธุ์อะไร

ขออธิบายก่อนนะครับ ทุกคนเองก็คงจะงงกับหัวข้อของ ข้อที่ 6 ว่าข้าวกล้องเป็นใครนะครับ
ข้าวกล้องเป็นแมวที่ผมเลี้ยงไว้เอง เป็นแมวเพศเมีย ซึ่งผมเลี้ยงแบบระบบปิดครับ บางคนเองก็คงจะอยากรู้ สงสัย หรือบางคนก็รู้แล้วนะครับเกี่ยวกับระบบปิด และ ระบบเปิด ที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ ในส่วนนี้ผมจะขอไปอธิบายในหัวข้อที่ 4 การเลี้ยงดูแมวนะครับ ตอนนี้ผมขออธิบายคร่าวๆก่อน

ระบบปิด และ ระบบเปิด คือระบบที่ใช้ในการเลี้ยงดูแมวของเรานะครับ ระบบปิดหมายถึงเลี้ยงภายในบ้านไม่ให้ออกไปข้างนอก ส่วนระบบเปิดก็จะตรงข้ามกับระบบปิดคือเลี้ยงแบบปล่อยแมวของเราออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าน แต่สำหรับผมแล้วผมเลี้ยงเป็นแบบระบบปิด คือส่วนใหญ่ให้อยู่ในบ้าน ให้ออกไปเล่นข้างนอกบ้างแต่ต้องมีคนเฝ้าไม่ให้วิ่งไปไหนไกล เดี๋ยวจะตามกลับมาไม่ได้ และ คุณพ่อ กับ คุณแม่ ก็บอกผมว่าจะให้ข้าวกล้องทำหมันซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะถ้าข้าวกล้องมีลูกจะทำให้ต้องรับภาระเลี้ยงดูมากขึ้นและเปลืองค่าใช้จ่ายมากขึ้นตั้งแต่เริ่มข้าวกล้องมา ผมจำเป็นต้องพาข้าวกล้องไปที่โรงพยาบาลสัตว์บ่อยจึงรู้ว่า ตามที่กำหนดแล้วถ้าจะทำหมันสัตวแพทย์ที่ผมเอาแมวไปฉีดยาแนะนำว่าต้องเลี้ยงดูอย่างน้อยให้ครบ 6 เดือนครับ ถึงจะทำหมันได้ รายละเอียดการทำหมันก็ขอบอกไว้แค่นี้ก่อน เดี๋ยวที่เหลือไปดูเอาในหัวข้อการทำหมันนะครับ

 

กลับมาดูหัวข้อที่ 1 กันครับ

1.แมวมีกี่สายพันธุ์ ?
เท่าที่ผมลองค้นหาข้อมูลของแมวในอินเตอร์เน็ตดู แมวสายพันธุ์ที่ทุกคนอาจจะรู้จักน่าจะมีโดยรวมน่าจะประมาณ 65 สายพันธุ์ได้นะครับ อ้างอิงจากเว็บนี้ครับ ลองเข้าไปดูได้ครับ https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อสายพันธุ์แมว

2.ชื่อของแมวแต่ละสายพันธุ์
อ้างอิงจาก https://th.wikipedia.org/wiki/รายชื่อสายพันธุ์แมว

 




แมวขนยาวแท้และกึ่งขนยาว

1.อเมริกันบ็อบเทล (American Bobtail)

2.เอเซียนกึ่งขนยาว (Asian Semi-longhair or Tiffanie)

3.บาลินีส (Balinese)

4.เบอร์แมน (Birman)

5.บริติชขนยาว (British Longhair)

6.ชานทิลลี (Chantilly or Tiffany)

7.หิมาลายัน (Himalayan)

8.จาวานีส (Javanese)

9.เมนคูน (Maine Coon)

10.เนบีลัง (Nebelung)

11.นอร์เวเจียนฟอเรสต์ (Norwegian Forest)

12.โอเรียนทัลขนยาว (Oriental Longhair)

13.เปอร์เซีย (Persian)

14.แร็กดอลล์ และ รากามัฟฟิน (Ragdoll and Ragamuffin)

15.ไซบีเรียน (Siberian)

16.เทอร์คิชแวน (Turkish Van)

17.เทอร์คิชแองโกรา (Turkish Angora)

18.ยอร์กช็อกโกแลต (York Chocolate)



แมวขนสั้นแท้

19.อะบิสซิเนียน (Abyssinian)

20.อเมริกันขนสั้น (American Shorthair)

21.ออสเตรเลียนมิสต์ (Australian Mist or Spotted Mist)

22.บอมเบย์ (Bombay)

23.บริติชขนสั้น (British Shorthair)

24.เบอร์มีส (Burmese)

25.เบอร์มิลลา (Burmilla)

26.แคลิฟอร์เนียสแปงเกิลด์ (California Spangled)

27.ชาร์ตรู (Chartreux)

28.คัลเลอร์พอยต์ขนสั้น (Colorpoint Shorthair)

29.อียีปเทียนมัว (Egyptian Mau)

30.ยูโรเปียนขนสั้น (European Shorthair)

31.เอกโซติก (Exotic)

32.ฮาวานาบราวน์ (Havana Brown)

33.โคราช (Korat)

34.อ็อกซิแคต (Ocicat)

35.โอเรียนทัลขนสั้น (Oriental Shorthair)

36.รัสเซียนบลู (Russian Blue)

37.สยามีส หรือ วิเชียรมาศ (Traditional Siamese or Applehead Siamese)

38.สิงหปุระ (Singapura)

39.สโนว์ชู (Snowshoe)

40.โซโกเก (Sokoke)

41.โซมาลี (Somali)

42.ตองกินีส (Tonkinese)



แมวที่เกิดจากการดัดแปลงพันธุกรรม

43.อเมริกันบ็อบเทล (American Bobtail)

44.อเมริกันเคิร์ล (American Curl)

45.อเมริกันไวร์แฮร์ (American Wirehair)

46.คอร์นิชเรกซ์ (Cornish Rex)

47.ซิมริก (Cymric)

48.ดีวอนเรกซ์ (Devon Rex)

49.เยอรมันเรกซ์ (German Rex)

50.แจแพนีสบ็อบเทล (Japanese Bobtail)

51.ลาเปิร์ม (LaPerm)

52.แมงซ์ (Manx)

53.มึนชกิน (Munchkin)

54.โอโจสแอซูเลส (Ojos Azules)

55.เพเทอร์บัลด์ (Peterbald)

56.พิกซีบ็อบ (Pixie-bob)

57.เซลเกิร์กเรกซ์ (Selkirk Rex)

58.สกอตติชโฟลด์ (Scottish Fold)

59.สฟิงซ์ (Sphynx)


แมวที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์

60.เบงกอล (Bengal)

61.ชอซี (Chausie)

62.ชีโต (Cheetoh)

63.ซาวันนา (Savannah)

64.เซเรนเจตี (Serengeti)

65.ทอยเกอร์ (Toyger)

ยังมีต่อนะครับเดี๋ยวรอหัวข้อต่อไปจะมาเขียนเพิ่มเร็วๆนี้ อย่าลืมติดตามนะครับ